นโยบายลดเวลาเรียน โดยเพิ่มกิจกรรมเสริมทักษะตามหลัก 4 H เน้นพัฒนาสมอง จิตใจมากขึ้น

Spread the love

นโยบายลดเวลาเรียน โดยเพิ่มกิจกรรมเสริมทักษะตามหลัก 4 H เน้นพัฒนาสมอง-จิตใจมากขึ้น การจัดกิจกรรม หลังเสร็จสิ้นการเรียนในห้องเรียนของเด็กตามโครงการดังกล่าว ได้เน้นให้เกิดการพัฒนาผู้เรียน สร้างการเรียนรู้ เสริมคุณลักษณะพึงประสงค์ ดังนี้

1. แบ่งสัดส่วนการจัดกิจกรรมควรให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ

  • Head (คิดวิเคราะห์เป็น)
  • Heart (จิตใจ ค่านิยม โดยเฉพาะการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์)
  • Hands (พัฒนาทักษะการทำงาน)
  • Health (มีสุขภาพอนามัยที่ดี)
    ขึ้นอยู่กับบริบทของโรงเรียน, ความพร้อม, ความต้องการและเป้าหมายของโรงเรียน โดยโรงเรียนคำนึงถึง 3 มิติ ดังนี้
  1. มิติตามขนาดของโรงเรียน
  2. มิติที่ตั้งของโรงเรียน
  3. มิติตามช่วงวัยของผู้เรียน

2. ควรหาเวลาหรือให้โอกาสเด็กนักเรียนได้ออกนอกโรงเรียน

เพื่อศึกษาหาความรู้ข้างนอกโรงเรียน;
– อยากเห็นภาพที่นักเรียนยืนดู หรือศึกษาจากแหล่งสถานที่จริงโดยมีครูคอยตอบคำถาม ให้คำแนะนำ ดูแลอย่างใกล้ชิด (ครู1คน : นักเรียน 10 คน)

3. โรงเรียนขนาดเล็ก เสนอแนะให้จัดกิจกรรมแยกเป็นวันๆ

ตัวอย่างเช่น
-วันจันทร์ Head
– วันอังคาร Heart
– วันพุธ Hands
– วันพฤหัสบดี Health
– วันศุกร์ แบบองค์รวม 4 H

4. ให้โรงเรียนจัดกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านกระบวนการคิด (Head) และ จิตสำนึก (Heart) ให้มากๆ

เพราะนอกจากฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์แล้วยังใช้เงินน้อยด้วย (ไม่ต้องได้ลงทุนมาก)

5. หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมให้มาก ๆ

 

6. ให้ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอน มาเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้นักเรียนแสวงหาความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

7. กิจกรรมที่พัฒนาองค์รวมทั้ง 4 H ครูผู้สอนต้องจับประเด็นให้ได้ว่า กิจกรรมนั้นๆ นักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านใด? อย่างไร? และเป็นกิจกรรมที่”กระแทก”เรื่องอะไร?

 

8. กิจกรรมติวเด็กนักเรียนเรียนอ่อน (ทั้งภาษาไทย,คณิต,ภาษาอังกฤษ) อาจจัดในรูปแบบการเล่นเกมส์, การตอบปัญหา ฯลฯ)

 

9. ให้โรงเรียนจัดกิจกรรม “แยกสีดินน้ำมัน” เป็นการฝึกให้เด็กคิดวิเคราะห์ และฝึกสมาธิด้วย

 

10. โรงเรียนขนาดเล็กมีครูจำนวนน้อย ควรจัดกิจกรรมแบบคละชั้นด้วย

 

⇒การปลูกฝังเด็กยุคใหม่ ดี-เก่ง มีจิตสาธารณะ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ไปดูกิจกรรมที่ใช้พัฒนาผู้เรียนตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของศิลปะมากกว่าการพัฒนาทักษะอื่นๆ นั้น เรื่องนี้ถือว่ามองตรงกัน และตนย้ำมาตั้งแต่ต้นให้เตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลัก 4 H ได้แก่ กิจกรรมพัฒนาสมอง (Head)พัฒนาจิตใจ (Heart) การลงมือปฏิบัติ (Hand) และสุขภาพ (Health) โดยส่วนที่กังวลที่สุด คือ กิจกรรมพัฒนาสมอง ซึ่งครูยังไม่ค่อยเก่ง แต่ทั้งนี้ ได้กำชับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ไปทบทวนและแก้ไข เพราะเรื่องนี้ก็ถือจุดอ่อนของเด็กไทยที่พบมากที่สุด

“ใน 4 กิจกรรมผมกังวล คือ เรื่องการพัฒนาสมอง เพราะครูยังไม่เก่งที่จะคิดรูปแบบกิจกรรม แต่ในส่วนทักษะการลงมือปฏิบัติ การดูแลสุขภาพ การพัฒนาจิตใจ เหล่านี้ครูเราทำได้ดี ดังนั้นกิจกรรมพัฒนาสมองจึงถือเป็นจุดอ่อนของทั้งหมด ซึ่งจากนี้ สพฐ.จะต้องทบทวนและคิดหาวิธีการที่จะอุดช่องว่างของปัญหานี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโรงเรียนที่จะเข้าร่วมนำร่องรุ่นต่อไป” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

รมว.ศึกษาฯ ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนที่นายกฯ พูดว่ากิจกรรมช่วงเพิ่มเวลารู้ หลังเลิกเรียน ส่วนใหญ่จะเน้นศิลปะนั้น เราไม่ปฏิเสธความจริง แต่จะเอาจุดอ่อนนี้มาปรับปรุงแก้ไขและทำให้ดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ทำง่ายๆ จะไปโทษครูไม่ได้ สพฐ.ต้องไปช่วยคิดหากิจกรรมที่น่าสนใจ ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ และที่สำคัญต้องเป็นกิจกรรมที่ไม่ทำให้เสียเงินทองด้วย เพราะที่ผ่านมาพบโรงเรียนบางแห่งไปจัดกิจกรรมที่ต้องจ่ายเงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีหลายโรงเรียนที่นำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ไปปฏิบัติได้เกิดผลน่าสนใจ เช่น โรงเรียนศีขรภูมิพิสัย จังหวัดสุรินทร์ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีการนำเด็กๆไปเรียนรู้ที่ปราสาทศีขรภูมิ พอถามว่าเรียนอะไรเด็กก็อธิบายว่าเรียนรู้ทุกอย่าง อาทิ บางวันก็เรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยเรียนรู้มุม องศา มิติจากตัวปราสาท เรียนรู้ภาษาอังกฤษ สวมบทบาทเป็นมัคคุเทศก์น้อย เป็นต้น ถือเป็นการบูรณาการความรู้ ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน มีรุ่นพี่คอยสอนรุ่นน้องด้วย ซึ่งต้องชื่นชมทั้งนักเรียนและครูที่ร่วมกันคิดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นและถือเป็นตัวอย่างดีมาก

แสดงความคิดเห็น