38 วิธีสู่ความเป็นครูมืออาชีพ!

การพัฒนา ครู อาจารย์ก็เหมือนการพัฒนาประเทศ พัฒนาโลก หากครูซึ่งเป็นผู้ประสาทวิชาขาด แนวทางในการพัฒนาตนแล้ว คงจะไม่สามารถพัฒนาคำสอนหรือบทเรียนให้ทันตามโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ มีวิธีการดังนี้

1. ครู จะมีการเตรียมตัวก่อนเข้าสอน เช่นวางขั้นตอนในการสอนว่าจะเริ่มสอนอะไรก่อน – หลัง และ ตามด้วยอะไรเป็นลำดับขั้นไว้ล่วงหน้า

2. ในการสอนไม่ควรปล่อยเวลาว่างให้มากหรือน้อยเกินไป เพราะนักเรียนจะเล่น และคุยกัน ควรวางลำดับขั้นตอนการสอนให้ต่อเนื่อง

3. ควรสบตากับนักเรียน และมั่นใจในขณะสอนและคิดไว้เสมอว่านักเรียนไม่รู้เท่าเรา (หากเรามีการเตรียมตัว เราจะมีความมั่นใจ)

4. เมื่อนักเรียนคุย ควรติติงว่าอย่าคุยให้ตั้งใจเรียน (การเรียกชื่อติติงจะแสดงถึงความเอาใจใส่นักเรียนทำให้นักเรียนสนใจมากขึ้น)

5. พยายามรักและมีความยุติธรรมต่อเด็กและให้โอกาสแสดงออกเสมอกัน

6. ชมเชยเมื่อนักเรียนทำงานถูกต้องหรือทำความดี

7. ทำโทษเด็กเมื่อนักเรียนทำผิด ถ้าไม่ผิดอย่าลงโทษเด็ดขาด

8. ควรเก็บอารมณ์ หรือความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อนักเรียนไว้ไม่ให้ปะปนกับเรื่องการเรียน

9. เรียกถามตอบบ้างให้เขาได้พูดหรือแสดงออกบ้างโดยวิธีต่างๆ เขาจะไม่เบื่อและสนุกสนานในการเรียน

10. เอาใจใส่นักเรียนให้สม่ำเสมอ ไม่ถือตัว ไม่รังเกียจเขา

11. ควรคำนึงถึงความสามารถในการเรียน และเวลาที่เขาจะเรียนได้ เด็กแต่ละช่วงอายุมีความสามารถในการสนใจเรียนเท่าใด เช่นเด็ก ป.1 – ป.3 ไม่เกิน 20 นาทีติดต่อกัน

12. รักและเอ็นดูเขาไม่ใช้คำด่าทอที่รุนแรง ดูถูก เหยียดหยาม

13. นักเรียนบางคนมีปมด้อย หรือมีปัญหาครอบครัว ก็ให้เป็นกันเองกับเขาเห็นใจและสงสารเขาอย่ารังเกียจซ้ำเติม

14. อย่าลำเอียงและให้ความใส่ใจนักเรียนที่เรียนอ่อนบ้าง เขาจะไม่เกเรหรือก้าวร้าว

15. มอบสิ่งเล็กๆน้อยๆแก่นักเรียนที่ยากจนขัดสน เช่นให้ดินสอ ยางลบ ฯลฯ หรือขนมบ้างพอสมควร

16. ให้สัมผัสที่อบอุ่น และจริงใจ เช่นแตะแขน แตะไหล่ เพื่อเป็นการปลอบใจในเวลาที่เหมาะสม

17. ครูต้องแม่นในเนื้อหา อย่าแก้ปัญหาโดยพูดมั่วๆ

18. ในเวลา 1 คาบไม่ควรใส่เนื้อหาสาระมากมายนักเรียนจะไม่ได้อะไรเพราะจำไม่ไหวเกิดอาการล้าควรใส่เนื้อหาให้เหมาะสม จะง่ายในการจดจำ

19. ปล่อยให้เขาได้เป็นอิสระสบายๆ บ้าง ไม่เข้มงวดกวดขันจนเกินไป

20. พูดจาให้สุภาพอ่อนโยน ควรมีเมตตา และถามไถ่ เรื่องส่วนตัวเขาบ้างตามสมควร

21. อย่าเอาเรื่องปมด้อยเด็กมาพูดเป็นเรื่องสนุก และไม่ดูถูก ควรให้กำลังใจ

22. หากเด็กเจ็บป่วย ควรให้ความสนใจ สงสารและดูแลเขา หากอาการหนักควรเป็นธุระแจ้งผู้ปกครอง หรือพาไปส่งโรงพยาบาล

23. สอนให้นักเรียนรู้จักหน้าที่มีคุณธรรม และจริยธรรม

24. สอนให้เขาเห็นความสำคัญของการศึกษาในการอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น

25. สอนให้รัก และมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะ พ่อ – แม่

26. สอนให้รักบ้านเกิดเมืองนอน ประเทศชาติ และเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์

27. ปลูกฝังค่านิยมไทย โดยครูเป็นตัวอย่าง เช่นทักทายกันด้วยการไหว้

28. ครูเป็นตัวอย่างในการแต่งกาย ควรแต่งกายให้เหมาะสม และรู้จักการออมประหยัด

29. สอนให้ความรู้โดยไม่ปิดบัง

30. ให้เวลาพักบ้าง ถ้าเรียน 2 ชั่วโมงต่อกัน เมื่อนักเรียนหนักสมอง

31. เมื่อเข้าสอนควรถามนักเรียนก่อนว่า เมื่อชั่วโมงที่แล้วนักเรียนเรียนวิชาอะไรครูให้ทำอะไร เช่นครูให้คัดไทย ในชั่วโมงเราก็หลีกเลี่ยงการให้คัดเขียนมาก

32. เห็นคุณค่าของเขาว่าถ้าไม่มีพวกเขาเราจะทำอะไรกิน เขาเป็นมันสมองของชาติ (เด็กฉลาดชาติเจริญ)

33. ยามเราทุกข์ เครียด เขาช่วยเราได้เมื่อได้ใกล้ชิด เพราะเขาน่ารักบริสุทธิ์และจริงใจ

34. เขาเป็นแขนขาให้เราได้ยามเราเหน็ดเหนื่อย เขาช่วยหยิบจับรับใช้และบางครั้งก็แนะนำอะไรๆ กับเราได้

35. ให้อภัยเขาหากเขาก้าวร้าวล่วงเกินเรา

36. ลืมปัญหาหรือความไม่สบายใจของเราไว้ก่อน เมื่อเข้าสอน

37. อาจเล่าปัญหาของเราให้นักเรียนฟังบ้าง เขาก็จะเข้าใจเรา เราก็จะสบายใจเช่นเราอาจเล่าให้นักเรียนฟังว่า “นักเรียนเมื่อวานนี้ลูกครูโดดเรียนไม่เข้าเรียน
ความประพฤติแย่ลงทุกวัน ครูละกลุ้มใจจังเลย หนูอย่าเอาอย่างนะ พ่อ-แม่ จะกลุ้มใจนะลูก” พูดคุยยิ้มแย้ม พูดเล่นกับเขาบ้าง

38. สังเกต ทดสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียน แล้วจึงจัดเตรียมการสอนให้นักเรียนรับได้เรียนรู้เรื่องเมื่อเราประจักษ์ เช่นนี้แล้ว แล้วลองปฏิบัติดูเราจะเป็นครูมืออาชีพได้

แหล่งที่มา : โดย ครูสุริยา แก้วลาย
โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

แสดงความคิดเห็น